การจัดวางสินค้า: เทคนิคสร้างยอดขายในร้านให้ปัง ด้วยการจัดวางสินค้าให้ถูกหลัก

การจัดวางสินค้า: เทคนิคสร้างยอดขายในร้านให้ปัง ด้วยการจัดวางสินค้าให้ถูกหลัก 

การจัดวางสินค้า

การ จัดวางสินค้า เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดปัญหาลูกค้าหาของไม่เจอ และเพิ่มโอกาสในการขายให้กับร้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าไม่ควรมองข้าม การจัดวางสินค้าบนชั้นวาง ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กหรือร้านใหญ่ โดยทั่วไปแล้วรูปแบบการจัดวางสินค้า มักส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า (Shoppers) เมื่อผลิตภัณฑ์หรือสินค้าถูกจัดวางให้ดูสวยเด่นสะดุดตา สร้างความสะดุดใจ (Attention) สนใจ (Interest) อยากได้ (Desire) และใคร่ซื้อ (Action) ผลิตภัณฑ์หรือสินค้านั้น ๆ ก็ส่งผลให้มีโอกาสที่จะขายออกได้ง่ายกว่า

ปัญหาของลูกค้า เรื่องง่ายๆ ที่พ่อค้าแม่ค้าไม่ควรมองข้าม
– เคยมั้ย? ลูกค้าเดินเข้าร้านแล้วเดินออก โดยไม่ซื้ออะไร
– เคยมั้ย? ลูกค้าเดินเข้ามาแล้วหาของไม่เจอ

การจัดวางสินค้าที่ดี จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของสินค้าได้ง่าย เพราะลูกค้าหาสิ่งของเหล่านั้นเจอได้ง่ายและเร็ว การที่ลูกค้าหาของหรือสินค้าภายในร้านเราไม่เจอ ทั้งๆ ที่ในร้านเรามีสินค้าหรือของที่ลูกค้าต้องการ หรือลูกค้าบางคนสอบถามจากพนักงานแต่พนักงานใช้เวลาในการหาสินค้านั้นๆนาน ก็อาจทำให้เราเสียโอกาสในการขาย มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียลูกค้าได้ในครั้งต่อๆไป ทำให้สินค้าค้างสต็อกนาน สินค้าตกรุ่นไม่เป็นที่นิยม หรือถ้าเป็นอาหารก็อาจจะหมดอายุก่อน ไม่สามารถขายได้ ทำเกิดเป็นค่าใช้จ่ายโดยไม่ก่อให้เกิดกำไรและท้ายที่สุดต้องตัดสต็อกทิ้ง ซึ่งไม่คุ้มแน่ ดังนั้นการจัดวางสินค้าที่ทำให้เกิดการตอบสนองที่สอดคล้องกับพฤติกรรมดังกล่าวของเหล่านักช้อป (Shoppers) จึงเป็นสิ่งจำเป็นซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกัน

หลักการจัดวางสินค้าแบบ V.I.S.A. 

V – Visibility จัดวางสินค้าให้สามารถ “มองเห็นได้ง่าย”

การจัดวางสินค้าให้ “มองเห็นง่าย”
  •  สินค้าขายดี ที่ทำยอดขายให้ร้านค้าได้มาก ควรจัดวางสินค้าเหล่านี้ให้อยู่ในระดับสายตา ในจุดที่โดดเด่นเห็นได้ชัดเจน หรือ จัดวางสินค้าไว้บริเวณด้านหน้าของร้าน โดยเลือกชั้นวางสินค้าที่มีสีสว่าง ลักษณะโปร่ง มองเห็นสินค้าบนชั้นวางได้ชัดเจน และหยิบจับได้ง่าย
  • จัดวางสินค้าโดยแบ่งกลุ่มสินค้าให้เป็นหมวดหมู่ โดยให้จัดวางสินค้าลงมาเป็นแนวดิ่งของชั้นวาง เช่น สินค้าประเภทขนมห่อจัดวางอยู่ที่ชั้นวางเดียวกันเรียงลงมาให้เต็มทุกชั้น โดยเลือกชั้นวางสินค้าที่มีระยะห่างของชั้นไม่มาก เพื่อสามารถวางสินค้าได้มาก
  • แยกสินค้าประเภทของใช้และสารเคมี เช่น น้ำยาทำความสะอาด ผงซักฟอก แยกออกจากสินค้าประเภทอาหาร โดยอาจเลือกใช้ชั้นวางสินค้าที่มีสีแตกต่างกันชัดเจน เช่นชั้นวางสีแดงหรือสีดำใช้กับสินค้าที่เป็นสารเคมี ชั้นวางสีขาวหรือสีสว่างที่ดูสะอาดตาใช้กับสินค้าอาหาร เป็นต้น
  • หากเป็นสินค้าที่ต้องจัดวางในแนวราบ ต้องเลือกชั้นวางสินค้าที่มีความลาดเอียง เพื่อให้การตั้งโชว์สินค้า ดูมีมิติ และมองเห็นด้านหน้าตัวสินค้าแบบตรงๆ ได้สะดุดตาและมองเห็นชัดเจน

I – Impact จัดวางสินค้าให้ “มีผลสะท้อน”

การจัดวางสินค้าให้มีผล”สะท้อน”
  • การจัดวางสินค้าให้สัมพันธ์กันและต่อเนื่องกันเพื่อเพิ่มโอกาสการขาย เช่น แชมพูสระผม วางข้างๆ กับสบู่อาบน้ำ หรือสินค้าที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงหรือเกี่ยวเนื่องกันวางใกล้กัน ผงซักฟอกกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น
  • การจัดวางสินค้าที่ต้องการอธิบายคุณสมบัติ เช่น สมุนไพร ให้ติดป้ายแสดงคุณสมบัติโดยย่อของสินค้าไว้ วางไว้ใกล้ๆกับตัวสินค้าหรือบริเวณชั้นวางสินค้านั้นๆ เพื่อให้ลูกค้าสะดวกในการอ่านและสามารถตัดสินใจเลือกซื้อให้ตรงกับความต้องการได้
  • ตัวอักษรที่แสดง ควรมีขนาดใหญ่พอเหมาะ ให้อ่านได้ง่าย สีของพื้นป้ายต้องให้เป็นสีอ่อน ตัดกับสีเข้มของตัวอักษร มีการเน้นย้ำ คุณสมบัติเด่น ด้วยตัวอักษรหนา เพื่อให้สะดุดตา
  • มีการจัดมุมสำหรับชั้นวางสินค้าโชว์  จัดวางสินค้าพรีเมี่ยม จัดวางสินค้าขายดี หรือจัดวางสินค้าที่จัดรายการโปรโมชั่นต่างๆ

S – Stability จัดวางสินค้าให้ “คงทน ถาวร”

การจัดวางสินค้าให้”คงทน ถาวร”
  • การจัดวางสินค้าหลายๆ ชั้น ควรวางสินค้าขนาดเล็ก ไว้ที่ชั้นโชว์ด้านบน ส่วนสินค้าที่มีขนาดใหญ่ ให้จัดวางสินค้าไว้ที่ชั้นโชว์ด้านล่าง หรือ สินค้าที่มีน้ำหนักเบา ควรจัดวางไว้ที่ชั้นบน ส่วนสินค้าที่มีน้ำหนักมาก เช่น ข้าวสาร น้ำดื่มขวดใหญ่ ให้วางเรียงที่ด้านล่าง
  • การจัดวางสินค้าให้เต็มชั้นโชว์อยู่ตลอดเวลาทุกวัน
  • ควรมีการเดินตรวจปริมาณสินค้าที่พร่อง หรือหมดไป และให้นำมาเติมบนชั้นโชว์สินค้า โดยกำหนดเวลาที่เดินตรวจด้วย

 A – Appeal จัดวางสินค้าให้ดู “ชวนมอง”

การจัดสินค้าให้ “ชวนมอง”
  • การจัดวางสินค้าที่ขายดีวางให้อยู่ในระดับสายตา ส่วนสินค้าที่มีราคาแพงให้จัดวางสินค้าใกล้ๆ กับเคาน์เตอร์คิดเงิน เช่น เครื่องสำอาง สินค้าไอทีเป็นต้น
  • ทำป้ายส่งเสริมการขายที่โดดเด่นที่ตัวสินค้าหรือบนชั้นวาง เพื่อสร้างความน่าสนใจ ให้สินค้าแต่ละตัว เช่น ป้าย Best Seller, ป้าย Hot Price, ป้าย New, ป้าย ผ่อน 0%, ป้าย Hot, ป้าย Free ของแถม ฯลฯ
  • การจัดวางสินค้า ไม่ควรจัดวางสินค้าชิดกันมากจนเกินไป เวลาลูกค้ามาเลือกหยิบจะโดนสินค้าอื่นที่จัดเรียงชิดกันล้มหรือเคลื่อนที่ไปด้วย และบางครั้งอาจทำให้สินค้าหล่นลงจากชั้นวางเกิดความเสียหายได้ และทำให้ต้องมาจัดวางสินค้าใหม่บ่อยๆ
  • การจัดวางสินค้าที่ชวนมอง ควรมีการติดป้ายราคาขายทุกชิ้นบนชั้นวางให้ตรงกับสินค้านั้นๆ โดยติดป้ายราคาสีดำแบบธรรมดาสำหรับสินค้าราคาขายปกติ ถ้าเป็นสินค้าที่ ลดราคา มากกว่าราคาปกติที่ขาย หรือ เป็นช่วงจัดโปรโมชั่น ให้ใช้ป้ายสีแดง SALE แสดงราคาขาย

อย่างไรก็ตาม การจัดวางสินค้าตามหลัก V.I.S.A. นี้เป็นเพียงเทคนิคเล็กๆน้อยๆเท่านั้นที่พ่อค้าแม่ค้าสามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาการหาสินค้าไม่เจอของลูกค้า และการจัดวางสินค้าที่เป็นระเบียบทำให้ร้านค้าดูน่าเข้า น่าซื้อ และเป็นการใส่ใจลูกค้าอีกด้วย ซึ่งคงจะดีไม่น้อยหากลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณได้ในทันที หรือหาสินค้าที่ต้องการเจอได้โดยง่าย และไม่เดินออกจากร้านไปโดยที่ไม่ได้ซื้อสินค้าอะไรกลับไปเลย เพราะนั่นหมายถึงร้านค้าเสียโอกาสในการขายหรือเพิ่มยอดขายไปได้เช่นกัน นอกจากการจัดวางสินค้าเพื่อสร้างยอดขายให้ปังจากเทคนิค V.I.S.A.แล้ว ชั้นวางสินค้าถือเป็นเครื่องมืออุปกรณ์สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากชั้นวางสินค้า ไม่สวย หรือไม่แข็งแรง มีสภาพเป็นสนิม ไม่ผุกร่อน หรือในร้านไม่มีชั้นวาง การจัดวางสินค้าก็อาจไม่ช่วยแต่อาจจะนำไปสู่ปัญหายอดขายสินค้าลดต่ำลงได้ เพราะฉะนั้นแล้วอย่าลืมเรื่องการตกแต่งภายในร้านให้ดูดีและมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์รวมไปถึงการเลือกชั้นวางสินค้าสวยๆ เท่ห์ๆ ไปใช้ที่ร้านหรือติดตามได้ที่เพจเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านออนไลน์ กันด้วยนะจ๊ะ

ที่มา สรรพัชญ์ เลี้ยววาริณ

http://www.bizzbackup.co.th/

ชั้นวางของ เหล็กผสมไม้  ชั้นวางของ แบบบันได ชั้นวางของ สไตล์จีน  Multi shelves ตู้โชว์

Leave a comment