จัดส่งฟรี เมื่อสั่งสินค้าครบ 5,000 บาท ภายในกรุงเทพและปริมณฑล

สิ่งที่ต้องรู้ เมื่ออยากเป็นเจ้าของธุรกิจโฮสเทล

อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ “โฮสเทล” ต้องอ่าน (part 2)

“โฮสเทล” ยังคงเป็นธุรกิจที่มาแรงในปัจจุบัน ที่มีปัจจัยมาจากการท่องเที่ยวในไทยบูมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากพาร์ทที่แล้วได้พูดถึงเรื่องของการบริหารจัดการ และสิ่งที่จำเป็นจะต้องรู้เมื่ออยากเป็นเจ้าของธุรกิจโฮสเทล (Hostel) ซึ่งนอกจากการแนะนำกิจกรรมหรือเตรียมกิจกรรมให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในโฮสเทล เช่น การสอนทำขนมไทย การสอนมวยไทย หรือกิจกรรมเล่นเกมส์ต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อสร้างประสบการณ์ (Experience) ที่ดีและน่าจดจำใหแก่ผู้ที่เข้ามาพักแล้ว ยังทำให้เขามีโอกาสได้ทำความรู้จัก สนุก และรู้สึกถึงความผูกพัน ในระหว่างการเข้าพักในโฮสเทล หากใครที่ยังไม่ได้อ่านพาร์ทแรก อ่านได้ที่นี่ ” อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ “โฮสเทล” ต้องอ่าน”    

https://bit.ly/2JHaTWP
การตกแต่งโฮสเทล

4. การจัดการหลังบ้าน 
          เริ่มต้นด้วยการเทรนด์พนักงานในเรื่องการดูแลลูกค้า เรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งพนักงานต้องรับมือและสามารถจัดการ จัดสรรห้องและเตียงนอนให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้าพัก หากนักท่องเที่ยวที่มาพักคนเดียวจะจัดสรรเตียงและห้องได้ง่าย และสามารถเลือกได้ว่าต้องการห้องเดี่ยวหรือห้องรวม หรือเลือกเตียงนอนได้ว่าเตียงชั้นล่างหรือเตียงชั้นบน แต่หากนักท่องเที่ยวที่จองห้องพักเข้ามาเป็นกลุ่มหรือมากกว่า 2 คนขึ้นไป ต้องเช็คประเภทห้องและจำนวนเตียง เพื่อให้สามารถรองรับได้ทั้งกลุ่มและไม่กระจายหรือแยกกัน ตามรูปแบบหรือประเภทห้องพักและเตียงนอนที่โฮสเทลเรามี เช่น ห้องเดี่ยว ห้องรวม เตียงสองชั้น 4 เตียง, 6 เตียง 8, เตียง หรือ 10 เตียงเป็นต้น ดังนั้นเมื่อมีลูกค้าจองเข้ามา ต้องมีการเช็คก่อนว่าลูกค้าจองห้องประเภทไหน เข้าพักจำนวนกี่คน ต้องการนอนเตียงบนหรือเตียงล่าง เป็นต้น ดังนั้นการเทรนด์พนักงานในเรื่องการดูแลผู้เข้าพัก การให้คำแนะนำ และการให้ความช่วยเหลือต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้พักในโฮสเทลที่ใช่ ซึ่งทำให้เกิดประสบการณ์ที่ดีและเกิดการบอกต่อได้

         ระบบการจองห้องพัก ต้องสามารถเข้าถึงได้ง่ายแต่ปลอดภัย ระบบการจองห้องพักและจ่ายเงินได้ง่ายไม่ยุ่งยาก เช่นจองผ่านเว็บไซต์หลักของโฮสเทล หรือจองผ่านแอปพลิเคชั่นสำรับจองห้องพัก เช่น Agoda, Airbnb, booking.com เป็นต้น ที่มีภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นหลัก หรืออำนวยความสะดวกในการจองห้องพักด้วย Call center มีระบบการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต/เดบิต การจ่ายผ่านระบบ QR Code, Air pay, Paypal และอื่นๆอีกมากมาย

         ประเภทห้องพัก/เตียงนอน (หรือการจัดโซน) การจัดโซนห้องพักควรจัดสรรตามขนาดพื้นที่ที่มี หากเป็นโฮสเทลที่เกิดจากการแปลงสภาพบ้านมาพื้นที่ใช้งานอาจไม่เยอะจึงไม่จำเป็นตองมีการจัดโซน แต่ต้องมีการแบ่งสัดส่วนการใช้งานที่ชัดเจน หรือหากธุรกิจโฮสเทลของคุณมีขนาดใหญ่ มีจำนวนหลายเตียง สามารถแบ่งโซนสำหรับแบ็คแพ็คเกอร์ชาวยุโรป และชาวเอเชีย หรือแบ่งโซนเฉพาะสำหรับผู้หญิง และอีกโซนเป็นรวมชายหญิง ก็ได้ ขึ้นกับขนาดของโฮสเทลและงบประมาน

       เรื่องการทำความสะอาดโฮสเทล เจ้าของโฮสเทลต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเช่นกัน การกำหนดจำนวนแม่บ้าน ช่วงเวลาทำความสะอาดได้ ต้องมีความสัมพันกับจำนวนห้องและจำนวนเตียงที่มี เพื่อจัดการทำความสะอาดและตรวจเช็คความเรียบร้อยได้ทันเวลาที่ลูกค้าใหม่เช็คอิน ซึ่งปกติโดยทั่วไป โฮสเทล โรงแรม รีสอร์ทต่างๆ มักจะเลือกช่วงเวลา 12.00-14.00 น. เป็นช่วงเวลาในการทำความสะอาดห้องพัก เนื่องจากเป็นเวลาที่ลูกค้าเดิมเช็คเอ้าท์ และลูกค้าใหม่ทำการเช็คอินเข้ามานั่นเอง ซึ่งการหาแม่บ้านที่ทำความสะอาดได้รวดเร็ว ห้องพักสะอาดสะอ้านเรียบร้อยเป็นเรื่องยากพอสมควร ดังนั้นการสรรหาแม่บ้านเป็นเรื่องละเอียดพิถีพิถันและต้องใช้เวลาซึ่งพอๆกับการสรรหาพนักงานในส่วนของการบริการเลยทีเดียว 

         การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ในการทำธุรกิจโฮสเทล กำไรเป็นสิ่งที่ทุกคนคาดหวัง ไม่ว่าธุรกิจเล็กหรือใหญ่ต้องจัดทำบันทึกทางบัญชีรายรับ-รายจ่าย ต่างๆ เพื่อให้สามารถมองเห็นสภาพความเป็นจริงของกิจการ รวมทั้งเพื่อให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างก้าวหน้าและยั่งยืน และการจัดทำบันทึกบัญชีเป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนด หากเปิดธุรกิจแต่ไม่ทำบัญชีถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นหากธุรกิจโฮสเทลของคุณเป็นธุรกิจขนาดเล็กช่องทางรายได้ไม่ซับซ้อน การทำบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยตัวเองเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยประหยัดงบประมาณในส่วนนี้ลงไปได้ แต่หากธุรกิจโฮสเทลของคุณดำเนินกิจการไปได้สวยและเติมโต มีรายได้จากหลากหลายช่องทางและมีความซับซ้อนการทำบัญชีด้วยตัวเองอาจทำให้คุณไม่มีเวลาใส่ใจกับปัญหาหรือการจัดการด้านอื่นๆ จึงควรมีผู้ช่วยทำบัญชี เช่น การว่าจ้างบริษัทรับทำบัญชีมาช่วยจัดการ และเจ้าของกิจการควรแบ่งเวลาให้แก่การตรวจสอบรายการทางบัญชีจากบริษัทรับทำบัญชีอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้รู้สถานภาพของการดำเนินงานปัจจุบัน และสามารถวางแผนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ถูกกำหนดตายตัวเสมอไป ขึ้นกับเจ้าของธุรกิจและขนาดของธุรกิจนั่นเอง 

5. กฎหมายที่ต้องรู้

ฏกหมายที่ต้องรู้
กฎหมายโฮสเทลที่ต้องรู้

        ตามที่กฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559 (พรบ.โรงแรม 2547, ภาษีโรงแรม, ใบอนุญาต/จดทะเบียนโรงแรม) เพื่อให้โรงแรมขนาดเล็กสามารถเข้าสู่ระบบธุรกิจได้อย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร โดยธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กที่มีห้องพักไม่เกิน 50 ห้อง หรือธุรกิจที่เรียกว่าโฮสเทล (Hostel) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจประเภทโรงแรมด้วยเช่นกัน จะต้องทำการ ”ยื่นขอใบอนุญาตประกอบการโรงแรม” ส่วนโรงแรมที่ดัดแปลงมาจากอาคารเก่า หรือนำอาคารประเภทอื่นมาดัดแปลงเป็นที่พัก ซึ่งลักษณะและโครงสร้างอาคาร ที่มีอยู่เดิมไม่สอดคล้องกับลักษณะของอาคารประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมาย ที่ว่าด้วยการควบคุมอาคาร ต้องทำการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างรูปแบบอาคารให้มีมาตรฐานความปลอดภัย โดยเรื่องหลักคือช่องทางเดินในอาคาร สเปคเครื่องดับเพลิง บันไดหนีไฟ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และหากไม่ปฏิบัติหรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนดตามกฎกระทรวงกำหนดหรือ ตาม พ.ร.บ.โรงแรม การดัดแปลงอาคาร เพื่อทำโรงแรม ก็จะไม่มีสิทธิได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องหรืออาจต้องถูกปิดกิจการ เพราะการทำธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมายข้อกำหนด จะทำให้การดำเนินการธุรกิจราบรื่นและยังทำให้ธุรกิจยั่งยื่น นอกจากนี้ก็เป็นเครดิตให้ให้ธุรกิจโฮสเทลของคุณในอนาคตได้ หากต้องการขยายกิจการหรือต้องการดึงดูดนักลงทุนมาร่วมลงทุนในธุรกิจโฮสเทลของคุณในอนาคตได้ด้วย

6. โฮสเทลกับความปลอดภัยในทรัพย์สินของเหล่านักเดินทาง
      นอกจากการสร้างประสบการณ์ที่ดีใส่ใจในทุกรายละเอียดของลูกค้า เพื่อสร้างความสุขและสนุกสนานในการเข้ามาพัก ในส่วนเรื่องความปลอดภัยในทรัพย์สิน ต้องเป็นสิ่งที่นักเดินทางทั้งหลายสามารถวางใจในการดูแลภายในโฮสเทลของคุณได้ แม้ว่าข้อมูลจากงานวิจัยเกี่ยวกับความต้องการของเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์ ในการเข้าพักในโฮสเทลส่วนใหญ่ มุ่งประเด็นไปที่เรื่องราคา การได้พบปะเพื่อนใหม่ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทาง รวมไปถึงทำเลที่ตั้งของโฮสเทลที่สามารถเดินทางได้สะดวก แต่เรื่องความปลอดภัยในทรัพย์สินก็เป็นเรื่องสำคัญที่เหล่านักท่องเที่ยวใช้พิจารณาในการเลือกที่พักในโฮสเทลต่างๆ ด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่โฮสเทลส่วนใหญ่จะมี ตู้ล็อกเกอร์ (Locker) พร้อมกุญแจล็อกอย่างดีไว้ให้บริการเท่ากับจำนวนเตียงที่มี หรือบางที่มีเป็นตู้เซฟ ไว้อำนวยความสะดวกโดยที่เหล่านักท่องเที่ยวไม่ต้องคอยกังวลกับสิ่งของที่เขามี นี่อาจเป็นสิ่งที่หลายๆ คนมองข้ามและพลาดกันได้ ดังนั้นจดไว้ในลิสของคุณซะ!

ล็อกเกอร์
locker สำหรับโฮสเทล furnitmall

7. การโปรโมทธุรกิจโฮสเทล
 เมื่อทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนหน้าบ้าน หรือการจัดการหลังบ้าน ยังมีอีกเรื่องที่ถือว่าเป็ยปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักชื่อโฮสเทลของคุณได้ นั่นก็คือการโปรโมทโฮสเทลของคุณตามช่องทางต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยว และนักเดินทางทั้งหลายได้รู้จักคุณ และเลือกที่จะพักในโฮสเทลของคุณนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันช่องทางในการโปรโมทธุรกิจโฮสเทลมีหลากหลายและทำได้ง่ายมาก เริ่มต้นง่ายๆจาก facebook เช่น การเปิดเพจโฮสเทลของคุณและโปรโมทผ่านทาง facebook ได้เลย หรือโปรโมทผ่านทางเว็บไซต์สำหรับจองห้องพักและโรงแรม เช่น เว็บไซต์ agoda, traveloka, booking.com, Airbnb เป็นต้น หรือการโปรโมทด้วยการทำวิดิโอคอนเทนท์อัพโหลดผ่านทาง YouTube channel ตลอดจนการรีวิวจากเหล่าเน็ตไอดอล หรือ influencer หรือ youtuber ที่แนะนำหรือทำคอนเท้นท์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและที่พักเป็นหลัก ซึ่งจะทำให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่ตรงและทุกช่องทางต้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย มีผู้คนติดตามจำนวนเยอะ ตัวอย่างเช่น channel ของเทยเที่ยวไทย,The Gaijin tips เป็นต้น 

แนะนำวิธีการโปรโมทโฮสเทล

1. สร้างสิ่งที่เรียกว่า first impression โดยการจ้างช่างถ่ายภาพที่มีความถนัดตามสไตล์โฮสเทลของคุณ อาจจะเป็นฟรีแลนซ์ หรือช่างภาพมืออาชีพ เพื่อถ่ายภาพสถานที่โดยรอบ ทั้งภาพในและภายนอกห้องพัก รวมถึงบรรยากาศช่วงเช้า กลางวัน และช่วงเย็น ตลอดจนกิจกรรมที่เป็นกิมมิคของโฮสเทล หรืออาจเรียกได้ว่าถ่ายรูปทุกซอกทุกมุม หรือจัดมุมตกแต่งสำหรับไว้ให้ถ่ายรูปโดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดความรู้สึกมาแล้วต้องถ่ายรูปตรงมุมนี้ เพราะรูปสวยๆจะช่วยดึงดูดสายตาผู้คนและทำให้เขาเลือกที่จะพักในโฮสเทลของคุณ

2. การจัดกิจกรรมหรือสร้างกิมมิค ซึ่งอาจจะเป็นกิจกรรมเล็กๆ ที่สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้ที่มาพัก เพื่อจะได้ไม่รู้สึกเบื่อ หรืออาจจะเป็นการแนะนำสถานที่ หรือแนะนำกิจกรรมที่มีอยู่รอบๆใกล้ที่พัก หรือจัดทัวร์ แบบ Exclusive เป็นต้น

3. เข้าให้ถึงเว็บไซต์ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เช่น หากลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวกกลุ่มเป้าหมายของเราเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ การลงโฆษณา หรือการจองห้องพัก ควรเลือกเว็บไซต์ที่เป็นที่นิยมในต่างประเทศ aribnb.com หรือ booking.com

4. ทำ vdo content ร่วมกับการทำโปรโมชั่น เพื่อโปรโมทและดึงดูดความสนใจ เช่นการลดราคาสำหรับการจองห้องพักพร้อมกับลงทะเบียนกิจกรรม หรือจองห้องพักรับส่วนลดเพิ่ม 10% สำหรับคอร์สทำอาหารพื้นเมือง เป็นต้น

5. เฟสบุค (facebook) เป็นช่องทางแรกๆที่เราเลือกใช้เพื้อทำการโปรโมทโฮสเทล เพราะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่าย และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้เอง และต้องมีการอัพเดตหรือทำให้เฟสบุคมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด เน้นการอัพหรือโพสรูปแบบสองภาษา เน้นดีเทลเป็นหลัก เป็นต้น

Read more

สิ่งที่ต้องรู้ เมื่ออยากเป็นเจ้าของธุรกิจโฮสเทล

อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ “โฮสเทล” ต้องอ่าน

แม้ว่า “โฮสเทล” ในปัจจุบันจะมีจำนวนมากขึ้น แต่ก็ยังมีช่องว่างและโอกาสสำหรับเจ้าของธุรกิจโฮสเทลหน้าใหม่อยู่ เนื่องจากการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในปี 2562 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยน่าจะสามารถขยายตัวเป็นบวกได้ต่อเนื่องจากปีก่อน โดยมีจำนวนประมาณ 39.00-39.80 ล้านคน เติบโตร้อยละ 2.1-4.1 จากปี 2561 สร้างรายได้มูลค่าประมาณ 2.16-2.20 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9-8.9 จากปี 2561  และในขณะที่การให้เช่าที่พักและการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพกำลังเป็นที่นิยม เนื่องจากนักเดินทางต่างต้องการมาสัมผัสการท่องเที่ยวในท้องถิ่นของไทย โดยในปีที่ผ่านมามีนักเดินทางที่ใช้บริการ Airbnb มาท่องเที่ยวในไทยมากกว่า 1.65 ล้านคน และพบว่าผู้เข้าพัก 84% ต้องการใช้ชีวิตเหมือนคนท้องถิ่น ในขณะที่ 44% ใช้จ่ายเงินภายในละแวกที่พัก

โฮสเทล ที่เหล่าแบ็คแพ็คเกอร์ตามหา

จากการคาดการณ์และข้อมูลสถิติข้างต้นนั้น ทำให้หลายคนมองเห็นโอกาสในการสร้างหรือขยายธุรกิจจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้มากขึ้น เช่น การเปิดธุรกิจสถานที่พักขนาดย่อมสำหรับนักท่องเที่ยว หรือ ธุรกิจโฮสเทล นั่นเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจ ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และเป็นธุรกิจทางเลือกที่ตอบโจทย์ กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบสะพายเป้ (Back packer) เป็นหลัก ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จากการที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่กล้าเดินทาง“ท่องเที่ยวคนเดียว” มากขึ้น โดยกว่า 64% ของนักท่องเที่ยวคนเดียวนั้นนิยมเลือกใช้บริการที่พักประเภท “โฮสเทล” โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในช่วงอายุ 18 – 30 ปี จึงส่งผลให้ธุรกิจ “โฮสเทล” เติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก จนล่าสุดกลายเป็น “ดาวรุ่งมาแรง” ด้วย 3 เหตุผลหลัก ที่เหล่านักท่องเที่ยวเลือก ที่พักแบบโฮสเทล

1 ราคาถูก
2 การได้พบปะเพื่อนหน้าใหม่
3.แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทาง

โอกาสสำหรับเจ้าของธุรกิจโฮสเทลหน้าใหม่

1. จากการที่ประเทศไทยได้เป็นประธานอาเซียน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำหรับเจ้าของธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจะขยายฐานตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวอาเซียน
2. จากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อเป็นการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่เมืองรอง ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย ซึ่งต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆด้วย อาทิ กลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และความพร้อมของระบบการคมนาคมขนส่งภายในจังหวัด 
3. การที่เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้นในการเป็นตัวกลางการท่องเที่ยวออนไลน์ ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่างต้องปรับตัวให้ทันและมีความยืดหยุ่นอยู่ตลอดเพื่อตามให้ทันเทคโนโลยีและความต้องการของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย

ดังนั้น จึงจำเป็นที่คุณควรต้องรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการในการทำธุรกิจโฮสเทล เบื้องต้นก่อน เพื่อให้สามารถอยู่รอดในวงการได้ เรื่องที่ต้องรู้มีอะไรบ้าง เมื่ออยากมีธุรกิจโฮสเทลเป็นของตัวเอง ตามมาดูกัน

        1. ต้องทำความรู้จักลูกค้าที่เข้าพักในโฮสเทลของคุณ
ต้องทำความรู้จักกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่พักโฮสเทลของเราให้ดีเสียก่อน

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าลูกค้านักท่องเที่ยว แบ็คแพ็คเกอร์ (Backpacker) ทั้งชาวเอเซียและชาวยุโรปจะมีพฤติกรรมที่ค่อนข้างแตกต่างกัน เช่น นักท่องเที่ยวชาวเอเชีย จะชอบความเป็นส่วนตัว ชอบความสงบ เลือกจากการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าหรือรถไฟฟ้าใต้ดิน มีพื้นที่โดยรอบปลอดภัย อยู่ใจกลางเมืองและแหละท่องเที่ยว แต่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวสำหรับกลางคืน แต่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปหรือฝรั่ง ชอบเข้าสังคม พบปะสังสรรค์กับเพื่อนหน้าใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทาง ชอบทำกิจกรรม เน้นอยู่ใจกลางเมืองและใกล้แหล่งท่องเที่ยว โดยมีพื้นที่โดยรอบปลอดภัย

ดังนั้นหากเรารู้ว่าลูกค้าเราคือใครหรือลูกค้าแบบไหนที่เราตั้งโจทย์ไว้อยากให้เป็นกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการ การเลือกทำเลที่ตั้งและการออกแบบโฮสเทลสำหรับนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเกอร์ (Backpacker) ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

          2. ทำเลที่ตั้งของโฮสเทล
เจ้าของธุรกิจโฮสเทลหลายคนส่วนใหญ่ มักจะเลือกทำเลตามที่ถิ่นฐานที่ตั้งของที่พักอาศัยเพราะสามารถบริหารจัดการดูแลกิจการได้อย่างใกล้ชิด และเนื่องจากมีพื้นที่เหลือว่างไม่ได้ถูกใช้งาน หรือมีอาคารเก่าที่เป็นมรดก ก็สามารถนำมาแปลงสภาพเป็นโฮสเทลออกแบบและตกแต่งใหม่ได้เช่นกัน ที่สำคัญประหยัดงบได้มาก และเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้คนปัจจุบันหันมาเป็นเจ้าของโฮสเทล แต่บ่อยครั้งการเลือกทำเลที่ตั้งของโฮสเทลก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อมองย้อนกลับไปยังพฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเกอร์ (Backpacker) นั้นจะพบว่านักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเกอร์ (Backpacker) ส่วนใหญ่มักเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ท่องเที่ยวและจับจ่ายใกล้แหล่งที่พัก และใช้ระยะเวลาในการเข้าพักที่พักหรือโฮสเทลไม่มาก เพราะต้องการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ตามที่วางแผนหรืออาจไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ดังนั้นหากเลือกทำเลที่ตั้งใกล้เส้นทางขนส่งสาธารณะที่สามารถเดินทางเข้าออกไปยังจุดหมายต่างๆได้ง่าย และยังคงวิถีการดำชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมในระแวกที่พักด้วย ก็มักจะดึงดูดนักท่องเที่ยว แบ็คแพ็กเกอร์ (Backpacker) ได้ไม่ยากนัก ตัวอย่างย่านทำเลทอง เช่น ย่านเยาวราช ถนนข้าวสาร ย่านพญาไท ต่างจังหวัด เช่นเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต เป็นต้น

      3. การออกแบบโฮสเทล
การออกแบบโฮสเทล อาจเป็นเรื่องยากในการเริ่มต้นธุรกิจหากคุณไม่มีความรู้ด้านการออกแบบโฮสเทล หรือไม่มีความรู้เกี่ยวกับโฮสเทลมาก่อน ดังนั้น วิธีที่อาจทำให้คุณมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจโฮสเทลมากขึ้นนอกจากการอ่านหรือหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต หรือจากคนที่เคยอยู่ในวงการอุตสาหกรรมโฮสเทลมาก่อน อาจไม่ทำให้คุณเข้าใจได้ทั้งหมด ดังนั้นการลองไปพักหรือใช้เวลาในโฮสเทลที่ไหนสักแห่งที่คุณชื่นชอบ หรือเมื่อคุณมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ลองเลือกที่พักแบบโฮสเทลดูบ้าง นั่นอาจจะช่วยจุดประกายไอเดียหรือสร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบห้องพักโฮสเทล ห้องรับรองแขก ห้องกิจกรรมแม้กระทั่งห้องน้ำของโฮสเทลของคุณก็เป็นได้ รวมไปถึงเรื่องการบริการได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยตอบคำถามต่างๆ เกี่ยวกับอะไรบ้างที่ต้องมีหรืออะไรบ้างที่ไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจโฮสเทลของคุณด้วยเช่นกัน และนอกจากนี้การออกแบบอาคารหรือรูปแบบและขนาดของห้องต่างๆของโฮสเทล ควรออกแบบให้เหมาะกับลักษณะ พฤติกรรมและขนาดรูปร่างสรีระของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่คุณเลือกโจทย์ไว้ในข้อแรกด้วย เช่น บริเวณพื้นที่ส่วนรวม (Common area) ต้องเสนอให้ตรงตามความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น หากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นที่เลือกไว้เป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรปจะมีรูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่ การเลือกเตียงนอนจึงต้องเป็นที่มีขนาดตามเตียงนอนจากฝั่งยุโรปหรือเป็นขนาดเตียงนอนที่ยาวและกว้างกว่าปกติในไทย หรือขนาดเก้าอี้ โซฟา ในห้องกิจกรรม หรือพื้นที่ส่วนรวม (Common area) จะต้องมีขนาดกว้างและมีความแข็งแรงเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าของคุณจะแฮปปี้และไม่เกิดอุบัติเหตุจากการใช้งานนั่นเอง บรรยากาศและการตกแต่ง เน้นให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นสไตล์ที่ฝรั่งชอบ เช่นการตกแต่งสไตล์ Industrial , Loft เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายบรรยากาศสบายๆเหมือนอยู่บ้านหรือเหมือนการไปเที่ยวบ้านเพื่อนนั่นเอง

https://www.furnitmall.com/article/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2-backpacker-%E0%B8%A1/
โฮสเทลเตียงบิ้วอิน Furnitmall

หรือหากโฮสเทลของคุณ มีนักท่องเที่ยวชาวเอเชียเป็นส่วนใหญ่ ขนาดห้องพักกับเตียงนอนก็สามารถใช้ขนาดของคนเอเชียทั่วไปได้แต่อาจต้องออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวเอเชียส่วนใหญ่ชอบความสงบ ไม่ชอบความวุ่นวายในกลางคืน ดังนั้นการเลือกเตียงนอนหรือออกแบบห้องพัก อาจจะมีการติดม่านเพิ่มเพื่อให้เขาเหล่านั้นรู้สึกสงบและมีความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังช่วยให้ความรู้สึกปลอดภัยขึ้นด้วย บรรยากาศและการตกแต่งโฮสเทล พื้นที่ส่วนรวม (Common area) เน้นความเรียบง่าย แต่สวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ความรู้สึกสบายและสงบ  แต่ถ้าหากว่าคุณไม่แน่ใจว่าลูกค้าที่เข้าพักในโฮสเทลของคุณเป็นกลุ่มไหนหรืออาจจะเป็นทั้ง 2 กลุ่ม คุณอาจจะต้องมี 2 โซนสำหรับนักท่องเที่ยวชาวเอเชียและชาวยุโรป เพราะสไตล์และพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่ค่อนข้างแตกต่างกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การออกแบบโฮสเทลที่ดีนอกจากต้องคำนึงถึงลักษณ์ของผู้เข้าพักแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการสร้างจุดเด่นและเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัว โฮสเทลมีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน เพื่อสร้างความโดดเด่นและความแตกต่าง ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์และเกิดการจดจำโฮสเทลได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดขายของการบอกต่อที่ง่ายที่สุด ดังนั้นการออกแบบโฮสเทลจึงควรพิจารณาในหลายๆ ด้าน นอกเหนือจากเรื่องดีไซน์ แล้วยังรวมไปถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่จำเป็น เช่น จำนวนห้องน้ำ จุดเชื่อมต่อสาธารณูประโภค แสงสว่าง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จำเป็น รวมไปถึงการติดตั้งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ควบคู่ไปกับงบประมานในการลงทุน และอย่าลืมว่า ยังมีอีกหลายส่วนที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการด้วยเช่นกัน

       4. โฮสเทล กับการจัดการหน้าบ้าน/หลังบ้าน 
การจัดการหน้าบ้าน
การเป็นเจ้าของธุรกิจโฮสเทลต้องให้เวลาและใส่ใจในรายละเอียด การรับฟังและทำความเข้าใจความต้องการและจุดประสงค์ ของเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์ (Backpacker) ในการเลือกโฮสเทล ซึ่งอาจไม่ได้ต้องการบริการที่เพียบพร้อมเหมือนในโรงแรม แต่ต้องการบรรยากาศสบายๆ เหมือนอยู่บ้าน และต้องการแหล่งพบปะเพื่อนใหม่ๆ ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทาง สำหรับชาวแบ็คแพ็คเกอร์ (Backpacker) นั้นจะชื่นชอบเมื่อ “โฮสเทล” ต้อนรับด้วยความอบอุ่นและแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกภายในที่พัก แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวหรือกิจกรรมต่างๆ เสมือนเพื่อนคนหนึ่ง ตลอดจนการตอบคำถามต่างๆ เมื่อเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์ (Backpacker) ดังนั้น การสังเกตลูกค้าจะทำให้เราเข้าใจถึงความต้องการของนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น การเสนอให้ในสิ่งที่ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวหรือเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์นั้นเป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดความประทับใจต่อโฮสเทลของคุณได้ง่าย แม้ว่าจะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตาม  ซึ่งพนักงานกับการให้บริการเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะธุรกิจโฮสเทล เป็นธุรกิจบริการ สินค้าหลักคือการให้บริการลูกค้า พนักงาน คือต้นทุนที่สำคัญในธุรกิจโฮสเทล หากการให้บริการสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าพัก หรือเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์ได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งเป็นสิ่งกระตุ้นให้ธุรกิจโฮสเทลประสบความสำเร็จได้ในเวลาอันสั้นได้มากขึ้น

       #นักท่องเที่ยว #ธุรกิจ #โฮสเทล  #แบ็คแพ็คเกอร์  #เตียงนอน #เตียงเหล็ก #เตียงโฮสเทล #ที่พัก 

Read more